ในฐานะของการเป็นคนไทยทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง กันอยู่บ่อยๆ เพราะคำนี้เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงดำรัสกับปวงชนชาวไทยเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ชีวิต หลายคนเลือกปฏิบัติตามและเห็นผลที่น่าพึงพอใจ แต่คนที่กำลังอยากรู้ถึงความหมายพร้อมวิธีปฏิบัติตนเองให้เหมาะสมกับคำๆ นี้ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง มาทำความเข้าใจไปพร้อมกันได้เลยเชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงแนะแนวทางให้กับประชาชนคนไทยทุกๆ คนเป็นสิ่งที่พระองค์ดำรัสเอาไว้มานานมากตั้งแต่ก่อนช่วงวิกฤติเศรษฐกิจด้วยซ้ำ หัวใจสำคัญของความหมายนี้คือการมุ่งเน้นให้ทุกคนดำรงชีวิตของตนเองแบบยั่งยืน ปลอดภัย มั่นคง แม้จะเกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามกับโลกในยุคใหม่ที่พัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หากแปลตามความหมายในภาษาอังกฤษที่พระองค์ท่านได้ทรงบัญญัติเอาไว้ว่า Self-Sufficient Economy คือ การใช้ชีวิตของตนเองอย่างสงบสุขโดยไม่ต้องให้ใครเดือดร้อน ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่นมากเกินไป แต่อย่างไรก็ตามด้วยสภาพสังคมไทยที่ยังคงต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ ดังนั้นการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามความหมายที่พระองค์ท่านต้องการให้เกิดขึ้นคือ การเอื้อเฟื้อแบบแบ่งปันน้ำใจและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน การปฏิบัติตนที่เหมาะสมกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างที่กล่าวตามความหมายคือการใช้ชีวิตในแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะเน้นเรื่องของการช่วยเหลือตนเองเป็นหลัก เน้นในชีวิตในแบบสมถะ เรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องหวือหวาอะไรมากนัก มีเท่าไหร่ใช้เท่านั้น หากเหลือคือส่วนเก็บที่เอาไว้ทำอย่างอื่นต่อไปในอนาคต พยายามพึ่งพาผู้อื่นให้น้อยที่สุด เน้นการพึ่งพาตนเองเอาเท่าที่ตนเองจะสามารถทำออกมาได้ อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติตนตามปรัชญานี้ไม่ใช่ความงก หรือขี้เหนียว หรือไม่ยอมใช้จ่ายใดๆ เลย คำว่าพอเพียงในสิ่งที่พระองค์ท่านต้องการสื่ออีกอย่างคือใครมีเงินพอใช้จ่ายแบบไม่เดือดร้อนตนเองก็ควรใช้ตามเหมาะสมเพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินไปข้างหน้าต่อไป ยกตัวอย่าง คนรวยมากแต่ทำตัวจน ไม่ยอมใช้จ่ายเงินใดๆ เพราะหวังใช้ชีวิตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแบบนี้ไม่ถูก เพราะเงินจะไม่ถูกกระจายไปยังผู้อื่นส่งผลให้เกิดความยากลำบาก อย่างคนรวยไม่ทานอาหารโรงแรม ไม่เข้าพักโรงแรม พนักงานโรงแรมก็ไม่มีเงินไปใช้ต่อ ระบบเศรษฐกิจในประเทศก็ไม่เกิดการหมุนเวียน เป็นต้น […]
เศรษฐกิจประเทศไทย ในยุคของลุงตู่
เป็นเรื่องปกติที่ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกจะเปลี่ยนไปตามการบริหารของรัฐบาลในประเทศนั้น หากประเทศไหนที่รัฐบาลสามารถบริหารได้อย่างยาวนานการเติบโตทางเศรษฐกิจก็มีโอกาสเป็นไปได้สวย แต่ต้องเป็นรัฐบาลที่มองเรื่องนี้ออกจริงๆ เท่านั้น แต่ถ้าประเทศไหนมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อย มีการโยกย้ายต่างๆ ด้านการเมืองโอกาสที่เศรษฐกิจจะเติบโตก็ไม่ง่าย อย่างประเทศไทยนับตั้งแต่การเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นับตั้งแต่การปฏิวัติอำนาจก็ถือว่าไม่ได้ดีเด่นอะไรมากนักแต่ก็ไมได้แย่ขนาดว่าประเทศเดินต่อไม่ได้ ระบบเศรษฐกิจองไทยในยุคลุงตู่ แม้หลายฝ่ายจะบอกว่าการเอาทหารมาบริหารประเทศเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสวยหรูนักในมุมมองของบรรดาภาคเอกชนต่างๆ ทว่าส่วนหนึ่งคือการบริหารงานในตำแหน่งที่เหมาะสมก็มีคนที่เหมาะสมเข้าไปนั่งแท่นกุมอำนาจอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ด้วยฝีมือหรือบารมีอันใดก็ตามอันนี้ไม่อาจล่วงรู้ได้ทำให้การเดินหน้าของประเทศไทยเป็นไปอย่างช้าๆ ซึ่งบางครั้งช้ามากเกินไปจนคนไทยหลายคนอดรนทนไม่ไหวที่อยากได้รัฐบาลที่มาจากากรเลือกตั้งเพื่อให้เศรษฐกิจไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดดบ้าง นักวิชาการหลายคนมองว่าระบบเศรษฐกิจภายใต้ยุคของ คสช. นี้เดินหน้าไปแบบอืดๆ มีสภาพเป็นทำนองลูกผีลูกคน ความชัดเจนของแนวทางบริหารยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม แม้ระบบเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นในมุมมองของตัวเลขแต่ก็เติบโตขึ้นเพียงแค่ 1-2% เท่านั้น ถือว่าน้อยมากเพราะศักยภาพต่างๆ ของประเทศไทยสามารถก้าวไปได้ไกลกว่านี้ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ ม.44 ที่ถูกใช้ขึ้นมาในยุคของ คสช. ทำเอาหลายๆ คนหวั่นเกรงไม่กล้าทำอะไรมากนักเกรงจะผิดกฎหมายจนบางด้านของเศรษฐกิจตกฮวบลงไปพอสมควรเหมือนกัน อย่างที่บอกว่าการบริหารประเทศหากเป็นเพียงแค่การเข้ามาเพื่อทำให้ประเทศสงบสุขคือเรื่องดี แต่ในระยะยาวหากยังไม่มีแผนบริหารแน่นอนมันคือผลกระทบที่จะตามมาและประชาชนมักเริ่มไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น คนส่วนใหญ่เข้าใจถึงความหวังดีตอน พลเอก ประยุทธ์ ตัดสินใจปฏิวัติเพื่อหวังให้บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย แต่เมื่อเดินมาจนถึงตอนนี้ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการบริหารด้านเศรษฐกิจในรัฐบาลยุคนี้ยังมีสิ่งที่ขัดใจประชาชนหลายฝ่ายไม่น้อย ด้วยสภาพที่มันควรโตขึ้นกว่านี้ ควรจะก้าวไปได้ไกลกว่านี้ทว่าด้วยอะไรหลายอย่างจึงทำให้เศรษฐกิจไม่โตดังควรจะเป็น สุดท้ายนี้ก็ได้แต่คาดหวังว่าเมื่อการเลือกตั้งมาถึงประเทศจะได้คนที่เหมาะสมในหลายๆ ด้านเข้ามาบริหารงานร่วมกันเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่เวทีโลก
แนวทางที่สำคัญสำหรับการพัฒนาสังคมไทย
ต้องยอมรับว่าในยุคนี้ประเทศไทยกำลังเกิดปัญหาทางสังคมเกี่ยวกับเรื่องของการเลื่อนไหลด้านวัฒนธรรมต่างชาติที่คืบคลานเข้ามาสู่ประเทศ ทั้งเรื่องการสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีต่างๆ แต่คนไทยจำนวนมากยังขาดเรื่องการคัดกรองและการเลือกรับสื่อต่างๆ ส่งผลให้เรื่องของคุณธรรม จริยธรรมต่างๆ ลดลง เน้นไปยังกลุ่มเด็กกับเยาวชนทั้งหลายด้วยวิถีชีวิตกับสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างง่ายๆ เด็กสมัยนี้เข้าถึงสื่อต่างๆ ได้รวดเร็วเพียงแค่กดในสมาร์ทโฟน จากปัญหาดังกล่าวนี้เองทำให้เกิดเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมไทยขึ้นเพื่อหวังให้คนไทยอาศัยอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข แนวทางเด่นสำหรับการพัฒนาสังคมไทย 1. พัฒนาคนให้เกิดความรู้ มีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวที่เข้ามาพร้อมทั้งมีการเรียนรู้ของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย ไปตลอดชีวิตไม่ใช่แค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น 2. สร้างเสริมสุขภาวะให้กับคนไทยเพื่อให้เกิดความแข็งแรงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ พร้อมกับได้อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมน่าอยู่ 3. สร้างเสริมให้คนไทยอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันบนพื้นฐานของหลักเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสินปัญหาจนกลายเป็นความรุนแรง 4. ทำขุมชนและสังคมให้เกิดความเข้มแข็ง เพราะทั้งสองสิ่งนี้จัดเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ ให้ความสำคัญด้านการบริหารชุมชนอย่างเข้มแข็ง สร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นภายในชุมชนโดยที่ชุมชนเองก็มีส่วนร่วมกับสิ่งดังกล่าว 5. สร้างเสริมหลักธรรมภิบาลด้านการบริหารประเทศ สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับสังคมแบบยั่งยืน พัฒนาประชาธิปไตย วัฒนธรรม ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน พื้นฐานมนุษย์คือสัตว์สังคมดังนั้นมันจึงหลีกเลี่ยงในการอยู่ร่วมกับผู้อื้นไม่ได้เพราะมนุษย์แต่ละคนก็จำเป็นต้องตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายเป็นเรื่องปกตินั่นทำให้ต้องมีการจัดระเบียบสังคม เพื่อให้การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ทุกคนมีกรอบกติกาชัดเจน มีความสงบสุข สมาชิกภายในสังคมถูกขัดเกลาสิ่งดีๆ พร้อมมีการปลูกฝังให้เกิดความเข้าใจตรงกัน แม้ว่าการพัฒนาสังคมไทยยังอาจเป็นเรื่องยากแต่มันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของการพัฒนาก้าวไปพร้อมๆ กันสักเท่าไหร่ หัวใจสำคัญของการพัฒนาสังคมมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนผู้เกี่ยวข้องก็คือ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน และประชาชนในสังคม หากว่าทั้ง 3 ส่วนนี้สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลปรองดองกันได้สังคมก็สามารถเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความสงบสุข […]
นักเศรษฐศาสตร์อาชีพที่ช่วยขับเคลื่อนแนวคิดของประเทศนักเศรษฐศาสตร์อาชีพที่ช่วยขับเคลื่อนแนวคิดของประเทศ
เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาว่าด้วยการทางจัดสรรทรัพยากรซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ด้วยวิธีอันมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อนำมาตอบสนองต่อความต้องการของคนในสังคม เป็นวิชาอันเกี่ยวข้องกับกิจกรรมพื้นฐานของมนุษย์ก็ ได้แก่ การผลิต , การบริโภค , การแลกเปลี่ยน ฯลฯ โดยหน้าจุดประสงค์ของเศรษฐศาสตร์ก็คือ การจะต้องทำความเข้าใจในพฤติกรรมเหล่านี้ พร้อมหาชุดคำอธิบายอย่างมีเหตุผล เนื่องจากการทำความเข้าใจในพฤติกรรมหรือปรากฏการณ์นั้นๆ ย่อมจะทำให้นักเศรษฐศาสตร์สามารถหานโยบายเหมาะสมสำหรับสถานการณ์นั้นๆได้นั่นเอง การทำงานของอาชีพนี้ ได้แก่ ผู้ทำการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นำหลักเศรษฐศาสตร์มาใช้ในงานอัน เกี่ยวกับที่มาของรายได้ รายจ่าย การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ การผลิต การบริโภคสินค้าและบริการ รวมถึงการพัฒนาทฤษฎีต่างๆ โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยเป็นหลัก วางแผนงานเพื่อ ส่งเสริม พัฒนา และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การวางแผนงานด้านการเงิน , การคลัง , ภาษีอากร , เกษตรกรรม, อุตสาหกรรม, การค้า, แรงงาน นักเศรษฐศาสตร์อาชีพที่ช่วยขับเคลื่อนแนวคิดของประเทศ นักเศรษฐศาสตร์ เป็นผู้ศึกษา , วิเคราะห์ , วิจัย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งเกี่ยวกับการผลิต […]
คอรัปชั่นปัญหาที่เกาะกินประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
สังคมไทยเปรียบเสมือนเหรียญ 2 ด้าน ด้านหนึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันดีงาม ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มไปด้วยความเอื้ออาทร แต่อีกด้านของเหรียญ สังคมไทยเองก็มีอีกหลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเศรษฐกิจ , ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แต่มีปัญหาหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนกับมะเร็งที่ค่อยๆกัดกินประเทศชาติให้อ่อนแอลงทีล่ะนิด นั่นก็คือปัญหาการคอรัปชั่น หากพูดถึงปัญหาการคอรัปชั่นนี้นับว่า เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มีความเกี่ยวพันกับชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมากทีเดียว ส่วนต้นเหตุที่ทำให้เกิดการ คอรัปชั่น ล้วนเกิดมาจากหลายประการ ด้วยกัน เช่น การขัดกันของผลประโยชน์ , การทุจริตโดยนโยบาย เป็นต้น เหตุใดประเทศไทยถึงมีปัญหาคอร์รัปชั่นมาก คำตอบก็คือ การให้ชนชั้นนำเพียงกลุ่มเล็กๆ เข้าไปมีอำนาจทางเศรษฐกิจการเมือง จนเกิดการครอบงำข้อมูลข่าวสาร ทำให้ประชาชนถูกครอบงำจากความคิดนี้ คือ ให้ทำเห็นว่าคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยซึ่งไม่มีทางแก้ได้ นกจากนี้ประชาชนบางส่วนก็มีความคิดว่า “ ในเมื่อทุกรัฐบาลก็เข้ามาคอรรัปชั่นอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลนี้จะคอรัปชั่นบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ทำงานเก่ง ช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้า ก็ยังดีกว่ารัฐบาลที่ทำงานไม่เป็นแถมคอรัปชั่นอีก ” คอร์รัปชั่นไม่ใช่เรื่องของมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวเท่านั้น แต่ยังมีสาเหตุมาจากปัญหาการบริหารจัดการทางการเมือง ที่เอื้อให้ชนชั้นนำกลุ่มน้อยมีอำนาจมาก โดยไม่มีการตรวจสอบหรือถ่วงดุลอย่างเหมาะสม แนวทางแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ปฎิรูปการศึกษาของประชาชนทั้งประเทศ ให้เกิดความฉลาดทั้งทางด้านปัญญา อารมณ์และจิตสำนึก รู้จักการคิดในเชิงวิเคราะห์ด้วยตัวเอง เข้าใจปัญหาทางด้านเศรษฐกิจการเมืองสังคมอย่างเป็นระบบองค์รวม แทนที่จะใช้วิธีเรียนรู้แบบท่องจำ โดยไม่อาจแก้ไขต้นตอของปัญหาได้อย่างแท้จริง ส่งเสริมให้การศึกษาเรื่องสิทธิหน้าที่ของพลเมือง […]
ความสัมพันธ์ของประเทศไทยกับจีนในด้านเศรษฐกิจ
ไทยกับจีน มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนานนับแต่ครั้งสมัยโบราณ หากย้อนไปในถึงสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ของจีน ได้มีการบันทึกประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับชาวไทยอย่างเห็นเด่นชัด คือ ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรสุโขทัยกับจีน ในตอนนั้นได้มีการติดต่อค้าขายระหว่างกัน ในตอนนั้นเองไทยได้รับเทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘ เครื่องปั้นดินเผา ’มาจากจีน ส่วนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างไทยกับจีน น่าจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วย เพราะมีการอพยพของชาวจีนในสมัยสงครามของราชวงศ์หยวน นับจากนั้นมาไทยและจีนก็ได้มีการติดต่อค้าขายกันมาตลอด นอกจากนี้ยังมีชาวจีนจำนวนมากเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลก ในปี 1930-1950 มีชาวจีนจำนวนมากจากมณฑลทางใต้ของจีน หลบหนีตายจากภัยสงคราม เข้ามาลงหลักปักฐานสร้างชีวิตใหม่ในประเทศไทย ต่อมาจากในยุคสงครามเย็นจะทำให้ไทยกับจีนขาดกันไปในระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วจากปัญหาดังกล่าว ก็ไม่อาจตัดความสัมพันธ์ซึ่งมีอยู่อย่างแนบแน่นตั้งแต่ครั้งอดีตกาลได้ หลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ในวันที่ 1 กรกฏาคม 2518 เป็นต้นมา ความสัมพันธ์จึงได้เกิดความพัฒนาอย่างรวดเร็ว หลังจากทศวรรษแรกของการสถาปนาความสัมพันธ์ ยิ่งทำให้เป็นการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันมากขึ้น จึงทำให้ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้า กลายเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังจากจีนได้เริ่มดำเนินนโยบายเปิดประเทศ รวมทั้งก่อการปฏิรูปเศรษฐกิจ จากการนำของนายเติ้ง เสี่ยวผิง ในปี 1978 ทำให้ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ได้พัฒนาขึ้น พร้อมขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนด้านการค้า มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน เพิ่มขึ้นจากปีแรกที่สถาปนา เป็นจำนวน 25 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ไทยยังเป็นประเทศแรกๆ ที่เข้าไปลงทุนในจีน […]
Singapore ประเทศที่เศรษฐกิจดีที่สุด ในอาเซียน
ประเทศในเขตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า อาเซียน คือกลุ่ม 10 ประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันประกอบไปด้วย ไทย, เมียนมาร์, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์ และบรูไน โดยแต่ละประเทศก็จะมีความโดดเด่นเป็นของตัวเองขึ้นอยู่กับความประเทศไหนจะมีความสามารถทางด้านไหนที่โดดเด่นมากกว่ากัน อย่างไรก็ตามหากเราจะพูดถึงเรื่องของเศรษฐกิจก็ต้องยอมรับว่าในภูมิภาคนี้ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจดีที่สุดคงหนีไม่พ้นประเทศสิงคโปร์ คงมีข้อสงสัยเกิดขึ้นมากมายว่าประเทศสิงคโปร์ที่เป็นประเทศเกาะเล็กๆ แต่ทำไมระบบเศรษฐกิจถึงดีมากกว่าประเทศใหญ่ๆ หลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นมหาอำนาจทางด้านนี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเด็น ปัจจัยที่ส่งให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่เศรษฐกิจดีที่สุดในอาเซียน บุคลากรในประเทศมีความสามารถและระเบียบวินัยสูง – สิ่งแรกที่จะทำให้ประเทศไหนก็ตามเกิดการพัฒนาได้ดีที่สุดก็ต้องขึ้นอยู่กับบุคลากรภายในประเทศนั้นๆ ซึ่งสิงคโปร์สามารถตอบโจทย์ในด้านของบุคลากรผู้มีความสามารถในด้านต่างๆ ได้อย่างครบครันที่สุด นอกจากนี้ประชากรในประเทศของเขายังค่อนข้างมีระเบียบวินัยสูง ยิ่งช่วยส่งเสริมให้ประเทศแห่งนี้พัฒนาด้านต่างๆ ไปอย่างก้าวกระโดด ระบบการเมืองมีเสถียรภาพ – ประเทศสิงคโปร์จัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีระบบการเมืองมั่นคง ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของคอร์รัปชั่นมีน้อยมากๆ นั่นทำให้ประเทศของเขาสามารถที่จะพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเรื่องของระบบเศรษฐกิจ เป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ – ประเทศสิงคโปร์มีหน่วยงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระหว่างประเทศมากมาย ประเด็นหนึ่งก็มาจากการที่พวกเขามีระบบเศรษฐกิจดีทำให้หลายประเทศที่เป็นคู่ค้าด้วยก็เกิดความมั่นใจในการจะเป็นพันธมิตรร่วมกัน เวลามีอะไรก็จะนึกถึงสิงคโปร์ก่อนเสมอ ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางของเรื่องนี้ไปโดยปริยาย มีสภาพเอื้ออำนวยต่อการเดินเรือ – โดยเฉพาะเรื่องของการขนส่งสินค้าที่เป็นธุรกิจสำคัญของหลายๆ ประเทศ เวลาที่เดินทางมาจากประเทศอื่นไกลๆ เรือขนส่งหลายลำมีจุดแวะพักที่ประเทศสิงคโปร์ นั่นทำให้เกิดการจ้างงาน เงินทองหมุนเวียนในประเทศ ระบบเศรษฐกิจในประเทศก็สามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ประชากรน้อย ขนาดประเทศเล็ก […]
ทิศทางของเศรษฐกิจของโลกในอนาคต
สำหรับชาวบ้านคนธรรมดาทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ การมองเรื่องของเศรษฐกิจระดับโลกอาจดูเป็นเรื่องที่ไกลตัว ทว่าในความเป็นจริงแล้วหากมองเรื่องนี้ให้ลึกลงไปจะรู้ได้ทันทีว่าเศรษฐกิจโลกที่เราดูว่ามันอยู่ไกลแท้จริงมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับเรามากๆ เอาง่ายๆ ว่าแค่ทุกวันเราทำงานหาเงิน เมื่อมีเงินก็นำไปซื้อหาความสุขต่างๆ ก็จัดเป็นระบบเศรษฐกิจอย่างหนึ่งแล้ว การให้ความสนใจกับเรื่องของเศรษฐกิจโลกจึงควรอยู่ในความคิดของเราบ้างไม่มากก็น้อย ทิศทางความเป็นไปได้ของเศรษฐกิจโลกในอนาคต ต้องยอมรับว่าทุกครั้งที่เราพูดกันถึงเศรษฐกิจโลกสิ่งที่เราทุกคนต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือเหล่าบรรดาประเทศมหาอำนาจของโลกว่าเวลานี้พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง โดยประเทศมหาอำนาจที่มีอำนาจในการควบคุมเศรษฐกิจของโลกในหลายๆ ด้าน ก็คือ สหรัฐฯ, สหภาพยุโรป, จีน เป็นต้น จะสังเกตได้ว่าเวลาประเทศเหล่านี้มีความเคลื่อนไหวอะไรก็ตามมักเป็นที่สนใจของคนจากทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ, การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ เป็นต้น เหตุผลก็มาจากเวลาที่ประเทศใหญ่ๆ เหล่านี้ได้มีความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกพวกเขาจึงมักถูกจับจ้องในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะนั่นหมายถึงว่าการเปลี่ยนแปลงในบางอย่างของประเทศเหล่านี้อาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกเลยก็ว่าได้ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ในเวลานี้ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ คนล่าสุดคือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่านับตั้งแต่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งเขาได้ทำอะไรหลายๆ อย่างที่ทั่วโลกคาดไม่ถึงมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะถูกมองว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี แต่ด้วยสิ่งที่เขาทำย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ แน่นอน หลายๆ เรื่องที่เขาทำมันสื่อออกมาได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่แคร์โลก เขาสนแค่สหรัฐฯ ควรจะเป็นในสิ่งทีเป็นก็เท่านั้น ตรงจุดนี้ถูกมองว่าระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคตอาจเกิดการแปรปรวนอยู่ไม่น้อย เหตุจากนักลงทุนหลายคนทีเคยวางแผนเอาไว้ก็จะเกิดการชะลอตัวจากความไม่แน่นอนในนโยบายของนายทรัมป์ ซึ่งการเติบโตที่เกิดขึ้นก็น่าจะยังมีไม่มากนัก ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยากลงทุนก็จะเก็บเงินไว้กับตัวเองก่อนดีกว่าเพื่อรอให้สถานการณ์ต่างๆ ของโลกมันดูเรียบร้อยก่อนจึงค่อยมีความสนใจกลับมาลงทุนอีกครั้ง นอกจากนี้ปัญหาเกี่ยวกับเกาหลีเหนือเองก็เป็นอีกปัจจัยที่ทั่วโลกต่างก็จับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้จะยังไมได้ดีอย่างที่หลายคนหวังไว้ แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่จนเกินกว่าจะลงทุนไม่ได้
เศรษฐกิจของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน 2017
ใครๆก็รู้ว่าประเทศไทย เป็นประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีหลายๆ รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ต่างก็ช่วยกันทำให้ประเทศไทยของเราดีขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ ให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี และที่สำคัญคือระบบเศรษฐกิจ ที่ไม่ว่าจะรัฐบาลไหนต่างก็ให้ความสำคัญ เพราะเศรษฐกิจนั้นจะเป็นตัวเชื่อมโยงทุกๆ อย่างเข้าด้วยกัน ทั้งในเรื่องของรายได้ประชาชน ความเป็นอยู่ อาชีพ การคมนาคม การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็มีดีขึ้นบ้าง แย่ลงบ้าง ซึ่งอาจเกิดจากหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางธรรมชาติ หรือปัจจัยจากเศรษฐกิจโลก ทุกอย่างมีผลหมด ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยในปัจจุบันกันค่ะ ในปี 2559 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหากับเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างมาก ดังนั้นประชาชนทุกคนในประเทศต่างก็ตั้งความหวังว่า ปี 2560 อะไรๆในประเทศจะดีขึ้น รวมไปถึงระบบเศรษฐกิจด้วย แต่ถึงอย่างไรเราเองก็ต้องยอมรับว่าในปี 2559 ที่ผ่านมา จากที่จีนปรับลดเงินค่าหยวนครั้งใหญ่ และอังกฤษประกาศออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป ซึ่งต่างก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย ผลเสียเหล่านี้แน่นนอนว่ามันยังคงหลงเหลือผลกระทบมายังปี 2560 อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี คาดว่าการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจใหม่ เช่น อินเดีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม คาดว่าน่าจะมีการเติบโตขึ้นร้อยละ 6.3 […]
รูปแบบระบบเศรษฐกิจมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ระบบเศรษฐกิจคือวิธีการที่แต่ละประเทศเลือกนำมาใช้ในการบริหารจัดการเศรษฐกิจของประเทศตัวเองให้เป็นไปตามกลไกที่วางแผนเอาไว้ โดยรูปแบบของเศรษฐกิจแต่ละระบบก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าประเทศไหนจะนิยมเลือกใช้ระบบเศรษฐกิจแบบใดเพื่อที่จะทำให้ประเทศของพวกเขาพัฒนาต่อไปได้ ซึ่งปกติแล้วระบบเศรษฐกิจจะถูกแบ่งออกด้วยกันเป็น 4 ประเภท ใหญ่ๆ โดยแต่ละประเภทก็จะมีรายละเอียดในการบริหาจัดการแตกต่างกันออกไป ดังนี้ ระบบเศรษฐกิจเสรีหรือทุนนิยม – ระบบนี้เอกชนจะเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต มีสิทธิเสรีภาพในการดำเนินการเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างเต็มที่โดยที่ทางรัฐบาลเองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้น ทว่าทางรัฐเองจะคอยช่วยเหลือในด้านของการพัฒนาเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เอกชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ ส่วนมากมักจะใช้ระบบราคาและกลไกตลาดเป็นตัวตัดสินใจว่าควรจะผลิตอะไร ซึ่งราคาจะเป็นตัวกำหนดสำคัญ ทำให้มีการแข่งขันกันสูงแต่เป็นไปอย่างเสรี ส่วนราคาที่เกิดก็มาจากอุปสงค์และอุปทาน ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมหรือแบบวางแผน – รัฐจะเข้าไปทำหน้าควบคุมการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อต้องการที่จะให้เกิดความยุติธรรมสำหรับการกระจายผลผลิตแก่ประชาชน นอกจากนี้รัฐบาลเองยังเป็นผู้ที่ตัดสินใจแก้ปัญหาเศรษฐกิจพื้นฐานที่เกิดขึ้นด้วย ส่วนมากรัฐบาลจะเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตเกือบทั้งหมด แต่ทว่าเอกชนเองก็ยังมีสิทธิ์ในการครอบครองทรัพย์สินบางส่วนที่เป็นส่วนตัว อาทิ บ้านพัก ถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลค่อนข้างจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ – ระบบเศรษฐกิจแบบนี้รัฐจะเป็นผู้ควบคุมดูแลทั้งหมดทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง รัฐคือผู้ที่เป็นคนควบคุมปัจจัยการผลิตทั้งหมด จะเป็นผู้กำหนดในการตัดสินใจทุกเรื่อง จะเป็นระบบที่ตรงกันข้ามกับแบบทุนนิยมอย่างสิ้นเชิง รัฐคือผู้ครอบครองระบบเศรษฐกิจทั้งหมด เป็นผู้กำหนดว่าควรผลิตสินค้าอะไร อย่างไร เพื่ออะไร เอกชนเองจะไม่มีสิทธิ์ในการครอบครองใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ของส่วนตัวของตัวเองทั้งหมดคือของรัฐบาลที่เป็นผู้จัดการ ระบบเศรษฐกิจแบบผสม – คือระบบที่มีการเอาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและสังคมนิยมเข้าไว้ด้วยกัน โดยเลือกเอาเฉพาะจุดเด่นของทั้ง 2 แบบมาใช้งาน บางครั้งก็มักถูกเรียกว่า ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมใหม่ […]
- 1
- 2









